สัมภาษณ์รองศาสตราจารย์เชาวน์ มณีวงษ์
การผลักดันให้เป็นมหาวิทยาลัยบูรพา
ทำโครงการเข้าทบวงมหาวิทยาลัย ต่อจากนั้นก็ต้องเข้าสภา เพราะเรื่องต้องอยู่ใน พ.ร.บ. การเงิน ความสำคัญอยู่ตรงที่ว่า เมื่อรัฐบาลรับหลักการจะให้เป็นมหาวิทยาลัยแล้ว ซึ่งตอนนั้นมี 4 ฉบับ คือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยนเรศวรและมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี แต่ปรากฏว่าในการประชุมสภาฯ ในวาระการประชุมมีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีแห่งเดียว เราก็ตกใจ ก็เลยไปปรึกษาทบวงมหาวิทยาลัย โดยผมกับคณะก็ไปหารือกับคุณทวิช กลิ่นประทุม รัฐมนตรีทบวงในขณะนั้น ท่านบอกว่างั้นก็เข้าสมัยประชุมหน้า เราก็ไม่ยอมเพราะจะว่าไปตอนนั้นมหาวิทยาลัยบูรพาพร้อมที่สุด ผมก็เลยตัดสินใจเข้าหานักการเมือง คือ คุณนิคม แสนเจริญ ส.ส. ชลบุรี ในขณะนั้น ท่านก็ให้คุณเทิดธรรม อัมราลิขิต ส.ส. ชลบุรี อีกคนมาดู คุณเทิดธรรม ก็ไปที่กองการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ก็พบว่าทางทบวงให้พิมพ์ พ.ร.บ. ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีฉบับเดียว ของที่อื่นไม่ให้พิมพ์ ฉะนั้นทางสภาฯ ก็จะไม่ได้รับเรื่องของเรา คุณนิคมก็เลยให้คุณเทิดธรรมไปทำให้ พ.ร.บ. ของมหาวิทยาลัยบูรพาได้รับการพิมพ์ เพื่อเสนอเข้าที่ประชุมสภาฯ ให้ทันสมัยประชุมนี้ โดยก่อนไปติดต่อกับคุณปัจจะ เกสรทอง ประธานสภาฯ ในขณะนั้น กระบวนการต่างๆ จึงถูกผลักดันให้เกิดขึ้นด้วยความพยายามอย่างมาก และการประชุมครั้งนั้นก็ได้มีการพิจารณา พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยทั้ง 4 ฉบับ ซึ่งผมได้ไปสังเกตการณ์ด้วย พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีถูก ส.ส. อภิปรายกันมากเพราะมีปัญหาโดยเฉพาะเรื่องงบประมาณ แต่ของมหาวิทยาลัยบูรพาไม่มีปัญหา แต่ตอนพิจารณา พ.ร.บ. ของมหาวิทยาลัยบูรพามีการทะเลาะกันในที่ประชุมจนถึงกับนับองค์ประชุม ซึ่งจะทำให้การประชุมหยุดชะงัก ตอนนั้นคุณนิคม แสนเจริญ ก็ไม่อยู่ในห้องประชุม ประธานสภาฯ ในขณะนั้น ซึ่งไม่ใช่คุณปัจจะ เพราะท่านลงบัลลังก์ไปแล้ว ก็ได้เชิญคุณปัจจะนั่งบัลลังก์อีกครั้ง จริงๆ แล้วการทะเลาะกันนั้นเป็นเรื่องของการขัดแย้งกันในข้อบังคับการประชุม เมื่อคุณปัจจะขึ้นไปทำหน้าที่ประธานสภาฯ อีกครั้ง ท่านได้เรียก ส.ส. ที่อยู่นอกห้องประชุมให้กลับเข้ามาเพื่อนับองค์ประชุม เวลาผ่านไปซักพักท่านก็บอกว่าครบองค์ประชุมแล้วให้ประชุมต่อได้ (จริงๆ แล้วไม่ครบ) พ.ร.บ. ของเราจึงผ่านได้โดยใช้เวลาพิจารณาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง อีก 2 ฉบับที่เหลือก็ผ่านเช่นกัน หลังจากนั้นก็ผ่านวุฒิสมาชิก แล้วประกาศในราชกิจจานุเบกษา เราถึงได้เป็นมหาวิทยาลัยโดยสมบูรณ์ ส่วนชื่อมหาวิทยาลัยก็มีคนเสนอกันเยอะ เช่น มหาวิทยาลัยภาคตะวันออก มหาวิทยาลัยเจษฎาบดินทร์ มหาวิทยาลัยสุรศักดิ์มนตรี ฯลฯ เราคิดกันตอนแรก เราอยากใช้ชื่อเดิมคือ มหาวิทยาลัยบางแสน เพราะชื่อนี้มีมาตั้งแต่ปี 2498 ทุกคนก็รู้จัก ปรากฏว่าคุณวิจิตร ศรีสะอ้าน ปลัดทบวงมหาวิทยาลัยในขณะนั้นไม่ยอม ท่านบอกว่าถ้าใช้ชื่อจังหวัด, ท้องถิ่น ก็จะทำให้คนในท้องถิ่นนั้นรู้สึกเป็นเจ้าของมหาวิทยาลัย เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เราก็เห็นด้วย เราก็เลยคิดใหม่ว่าจะใช้ชื่ออะไรที่มีความเกี่ยวข้อง บางคนก็เสนอมหาวิทยาลัยตากสิน ผมก็คิดมหาวิทยาลัยพรหมโยธี เพราะนึกถึงท่าน พล.อ.มังกร พรหมโยธี ก็รู้สึกว่าไม่เหมาะ และนึกได้ว่าท่าน พล.อ.มังกร เคยทำงานสำคัญ คือ ท่านเป็นแม่ทัพบูรพา ตอนสู้กับฝรั่งเศส ก็เลยคิดถึงชื่อมหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งก็จะครอบคลุมทั้งหมด คือ จังหวัดภาคตะวันออกก็เลยเสนอชื่อนี้ ตอนแรกจะขอชื่อพระราชทาน แต่ก็ไม่ทัน จึงสรุปที่ชื่อมหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งปลัดทบวงฯ บอกว่าการนำชื่อเข้าไปเสนอ เพื่อให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธย ก็ถือว่าเป็นชื่อพระราชทานเหมือนกัน จนทุกวันนี้คนก็จะเรียกกันจนติดปากว่า มหาวิทยาลัยบูรพา บางแสน เพราะจะได้รู้ว่าอยู่ที่ไหน เราก็ใช้เวลาสักพักที่จะทำให้คนรู้จัก เรามีการประชาสัมพันธ์ที่ดี มีอาจารย์ที่มีชื่อเสียง
สัมภาษณ์โดย สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยบูรพา
วันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2541 เวลา 09.30 น.
ณ สำนักงานพรรคชาติไทย จังหวัดชลบุรี