สัมภาษณ์รองศาสตราจารย์ชารี มณีศรี
สิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลัยบูรพา
บางแสนเราได้พัฒนามาตามเวลาที่ควรจะเป็น ในช่วงแรกๆ ก็จะพัฒนาช้าหน่อย เพราะเป็นวิทยาเขตของประสานมิตร แต่ในช่วงที่เป็นมหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งเป็น
หน่วยงานเอกเทศ ก็จะมีอาคาร, บุคลากร และของใช้ต่างๆ มากขึ้น ได้มีการสร้างถนนใหม่และปรับปรุงถนนสายเก่าในมหาวิทยาลัย ซึ่งเสร็จสิ้นไปในปี พ.ศ. 2540 ต่อไป
คงเป็นสิ่งก่อสร้างในวิทยาเขตทั้ง 2 แห่ง คือ วิทยาเขตจันทบุรี และวิทยาเขตสระแก้ว ไปจนถึงประมาณ พ.ศ. 2544 ที่จะมีคณะแพทยศาสตร์เกิดขึ้น การก่อสร้างภายใน
คงชะลอตัว
ส่วนสภาพแวดล้อมทั่วๆ ไป โดยทางภูมิศาสตร์ บางแสนถือได้ว่าเป็นจุดที่สำคัญในอนาคตเป็นการเมืองของกรุงเทพฯ และเป็นชานเมืองของกรุงเทพฯ เพราะมี
ทางมอเตอร์เวย์ ซึ่งระยะเวลาในการเดินทาง กรุงเทพฯ-บางแสน ไม่ถึงชั่วโมง เป็นสถานที่ที่เอื้อต่อการเรียนการสอนเสาะแสวงหาความรู้ ส่วนการพัฒนาสิ่งแวดล้อมต่างๆ คงจะต้องปลูกต้นไม้ให้มากขึ้น เพราะตอนนี้ต้นไม้ได้ถูกตัดไปจากการทำถนนในมหาวิทยาลัย และมีงบประมาณในการปลูกต้นมะพร้าว 80,000 บาท (แปดหมื่นบาทถ้วน)
ซึ่งต้นไม้สัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยด้วย และต่อไปคงจะต้องพัฒนาบุคลากรทั้ง 3 สายๆ ก, ข, และค และรัฐบาลแจ้งหนังสือเวียนเรื่องบุคลากร ถ้าหน่วยงานใดถึง
1,000 อัตรา และมีบุคลากรเกษียณอายุ ก็ให้ยุบอัตราเกษียณ ยกเว้นหน่วยงานตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้งมีประมาณ 500 อัตรา เพราะเป็นงานตามกฎหมายหลัก
ในการทำหอจดหมายเหตุนั้น เป็นสิ่งที่ดีจะได้เก็บข้อมูลเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย ตั้งแต่สมัยที่เป็นวิทยาลัยวิชาการศึกษา บางแสน, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บางแสน จนถึงมหาวิทยาลัยบูรพาและเป็นแหล่งข้อมูลในการศึกษาค้นคว้าของบุคคลรุ่นต่อไป
สัมภาษณ์โดย สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยบูรพา